Lorem ipsum dolor sit amet gravida nibh vel velit auctor aliquet. Aenean sollicitudin, lorem quis bibendum auci. Proin gravida nibh vel veliau ctor aliquenean.

Follow me on instagram

+01145928421
mymail@gmail.com

เปิดร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส

อยากเปิดร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส?

เปิดร้านอาหารไทยเป็นธุรกิจแรกในใจหลายๆคนที่ตั้งใจที่จะทำ แต่คำถามหนึ่งที่ลูกค้าของเราถามมาตลอดคือ อยากเปิดร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้ Asie Pro เลยถือโอกาสรวบรวมขั้นตอน การเริ่มต้นเปิดร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสมาเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจ เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับใครที่ยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มต้นยังไงดี

ขั้นตอนที่ 1 : เลือกรูปแบบร้านอาหารที่จะเปิด

ไม่รู้ว่าร้านแบบไหนเหมาะกับตัวเอง?

สำหรับขั้นตอนการเปิดร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสนั้น หลายคนคำนึงถึงเงินบ้างว่า เรามีเงินน้อยเปิดร้านอาหารไม่น่าจะได้  หรือบางคนคิดว่าเราทำอาหารไม่เป็น บางคนว่าอายุเยอะแล้ว เปิดร้านอาหารคงเหนื่อยมาก ดังนั้นคงเปิดร้านอาหารไม่ไหว แต่จริงๆแล้วร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสที่ใครๆก็อยากจะเปิดนั้นมีหลายประเภท เราสามารถเลือกรูปแบบร้านที่เหมาะกับตัวเราได้ เมื่อเราเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับเราได้แล้ว ฝันของเราก็จะกลายเป็นจริงได้

ประเภทของร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส

  • เปิดร้านอาหารปกติทั่วไปเต็มรูปแบบ หมายความว่าเป็นร้านที่มีแม่ครัว มีพนักงานเสริฟ พนักงานคิดเงิน มีโต๊ะให้แขกนั่ง มีบริการเสริฟ มีเมนูอาหาร
  • เปิดร้านอาหารขนาดเล็ก หมายความว่าเป็นร้านอาหารที่มีขนาดเล็กลงมา อาจจะมีโต๊ะให้ลูกค้านั่งทานแบบบริการตัวเอง ไม่มีบริการเสริฟ ลูกค้าทานเสร็จแล้วก็ลุกเก็บเอง
  • เปิดร้านขายอาหารพร้อมเปิดโชห่วยไปด้วย คือภายในร้านเดียวกันแต่แบ่งเป็นส่วนขายอาหาร กับส่วนขายสินค้า
  • ปิดร้านขายตามตลาด หาที่ขายในตลาดแล้วขออนุญาตตั้งโต๊ะขายเมนูง่ายๆ
  • เปิดขายบนรถ ร้านอาหารประเภทใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม เพราะสามารถย้ายร้านไปได้เรื่อยๆ ขายได้เร็ว เน้นปริมาณ
  • ทำอาหารขายที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นทำร้านอาหารขายส่งคนไทยด้วยกัน หรือทำอาหารแล้วไปฝากขายตามร้านอาหารต่างๆ ก็สามารถทำได้ง่ายที่บ้าน
  • ไปทำอาหารที่บ้านลูกค้า นอกจากจะรอให้ลูกค้าเป็นฝ่ายเดินมาหาเรา ทำไมเราไม่เป็นฝ่ายเดินไปหาลูกค้าบ้างล่ะ มีคนไทยหลายคนที่นิยมไปทำอาหารไทยตามบ้านลูกค้าฝรั่งเศส หาคุณพูดภาษาฝรั่งเศสพอได้ เงินทุนน้อย ชอบเดินทาง ทางเลือกนี้ก็อาจจะเหมาะกับตัวคุณนะ
  • รับทำอาหารจัดเลี้ยง ธุรกิจการทำร้านอาหารนั้น ไม่ได้จำกัดเพียงแค่เปิดร้านอาหารเท่านั้น ทุกวันนี้ตามงานเลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะงานเลี้ยงงานแต่งงาน งานเลี้ยงวันเกิด งานเลี้ยงวันครบรอบแต่งงาน ก็จะมีการจัดปาร์ตี้เล็กๆ พร้อมเชิญเชฟมาทำอาหาร ซึ่งอาหารไทยก็เป็นหนึ่งในประเภทอาหารเป็นเป็นที่นิยมในฝรั่งเศส แถมยังหาคนรับทำได้ยากด้วยนะ

ขั้นตอนที่ 2 : ตั้งชื่อร้านให้ถูกโฉลก

ประตูบานแรกที่จะทำให้ลูกค้ารู้จักกับเรานั้นก็คือ “ชื่อร้านอาหารไทย” ของเรานั้นเอง ดังนั้นให้เวลากับการตั้งชื่อสักนิด เพราะชื่อของร้านอาหารเรานั้น สามารถเป็นได้มากกว่าชื่อร้านอาหาร แต่ยังสามารถใช้บอกตำแหน่งของร้าน หรือแม้กระทั้งประเภทอาหารที่เราจะขายได้อีกด้วย

การตั้งชื่อร้านอาหารมีอยู่หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเอาชื่อตัวเองมาตั้ง หรือตั้งชื่อตามทำเลที่อยู่ เช่น Cuisine thaïe Toulouse, Siam Cuisine Montpellier การตั้งชื่อโดยอิงกับประเภทสินค้าที่เราขาย เช่น Jardin de Pad Thai ก็ขายแต่ผัดไทยเป็นต้น

หลายคนนิยมที่จะตั้งชื่อร้านเป็นภาษาไทย แต่ควรจะระวังการตั้งชื่อที่คนฝรั่งเศสอ่านออกเสียงลำบาก เช่นคำที่มี “ง” เป็นส่วนประกอบเป็นต้น เนื่องจากเสียงนี้ไม่มีในภาษาฝรั่งเศส

ข้อควรระวังอีกอย่างสำหรับการตั้งชื่อคือ ควรเลี่ยงชื่อร้านอาหารที่คล้ายๆ กับคู่แข่ง เพราะอาจทำให้ลูกค้าสับสน ยิ่งชื่อที่ฟังแล้วติดหูจำง่ายแค่ไหน ก็มีโอกาสที่ลูกค้าจะจดจำเราได้ง่ายขึ้น

Asie Pro จะขอแนะนำเทคนิคการตั้งชื่อร้าอาหารไทยในฝรั่งเศสง่ายคือ

  1. ลองตั้งชื่อร้านให้โยงกับสถานที่ที่จะจะขายดูสิ เช่น Thai foods Opéra, Place Bellecour Pad thai ที่ Lyon นั้นหมายความว่าทุกๆครั้งที่เราพิมชื่อร้าน ก็ถือเป็นการบอกไปในตัวว่าร้านเราอยู่ตรงไหน
  2. ตั้งชื่อร้านตามสไตล์ร้านอาหาร เพราะร้านอาหารเอเชียที่ฝรั่งเศสนั้นมีหลากหลายชาติ ทั้งไทยแท้ จีน เวียดนาม ลาว ดังนั้นการตั้งชื่อร้านโดยเน้นตามสไตล์ร้านอาหาร ถือเป็นตัวเลือกที่ดีตัวเลือกหนึ่งเพื่อที่ให้ลูกค้าไม่งง เช่น Saveurs thaï, Les Petites chinoises เป็นต้น
  3. ใช้ชื่อเราเนี่ยแหละเป็นชื่อร้าน ถือเป็นวิธีที่ง่าย และเป็นการตลาดได้ดีวิธีหนึ่ง เพราะสามารถสร้างเรื่องราวต่างๆต่อยอดได้ภายหลังอีกด้วย
  4. หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อซ้ำกับเจ้าอื่น ทุกวันนี้ร้านอาหารเอเชียมีทั่วฝรั่งเศสไปหมด และหลายร้านก็มีชื่อคล้ายกัยจนบางทีลูกค้าแยกไม่ออกจำไม่ได้ว่าร้านไหนคือร้านไหน เวลาลูกค้าแนะนำปากต่อปาก กลายเป็นว่าไปผิดร้านกันก็บ่อยไป ดังนั้นก่อนที่จะตั้งชื่อร้านควรศึกษาหาข้อมูลคู่แข่ง อย่างน้อยก็ร้านใกล้เคียงว่ามีใครใช้ชื่ออะไรแล้วบ้าง เราจะได้ไม่ใช้ซื้อหรือใกล้เคียงจนเกินไป
  5. ใช้ชื่อแปลกๆไปเลย หมายความว่าเลือกคำมาสักคำไม่เกิน 3 พยางค์ ที่เราชอบ แล้วก็ช้เป็นชื่อร้านเลย อาจจะไม่เกี่ยวกับอาหารไทยเลยก็ได้ แต่อาจจะทำให้ลูกค้าจดจำได้ง่ายกว่าก็เป็นได้ เช่น Black Sheep เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 3 : เลือกเมนู อร่อย ง่าย ขายดี กำไรงาม

บางคนอาจจะเอาขั้นตอนนี้ไว้เป็นขั้นตอนสุดท้าย หรืออาจจะคิดว่าก็เอาแบบเมนูร้านอื่นมาก๊อปๆนั้นแหละ แต่ขอบอกเลยว่าขั้นตอนนี้สำคัญสุดๆ เพราะเมนูเนี่ยแหละนอกจากจะต้องคิดให้ตรงกับรูปแบบของร้านค้าแล้ว ยังต้องคิดคำนวนถึงความเป็นไปได้อีกว่า เราสามารถทำได้จริงไหม เราอาจจะไม่สามารถทำตามร้านอื่นๆได้ หรือถ้าเราทำตามร้านอื่น เราอาจจะเหนื่อยมาก หรืออาจจะทำได้แต่ไม่ได้กำไร เพราะอะไร เพราะข้อจำกัดอะไรหลายๆอย่างของเรากับเขาไม่เหมือนกัน บางเมนูยิ่งขายดียิ่งขาดทุน หรือบางเมนูขายดี แต่สุขภาพคนทำเสีย หรือบางเมนูต้องใช้เวลาเตรียมของข้ามวัน จนไม่คุ้มทุนก็มี อ้าวแล้วเราจะเลือกเมนูยังไงดีล่ะ?

  1. ต้องคำนึงถึงประเภทของร้านของเราก่อนว่าร้านของเราเป็นร้านประเภทไหน นั่งทาน หรือซื้อกลับบ้าน
  2. นึกหน้าลูกค้าของเราว่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าประมาณไหน คนวัยทำงาน ครอบครัว เด็กนักเรียน?
  3. ใครเป็นคนทำอาหาร เราทำคนเดียว หรือมีงบจ้างแม่ครัว คนล้างจาน หรือเด็กเสริฟอาหารไหม?
  4. การซื้อของเข้าร้าน มีร้านขายของเอเชียใกล้ๆบ้านไหม หรือมีรถยนต์สะดวกเดินทางไหม?

ขั้นตอนที่ 4 : เลือกทำเลทอง ขายดี ลูกค้าเพียบ

ลองหาทำเลที่น่าสนใจ เช่นใกล้บ้าน หรือสภาพแวดล้อมที่เราคุ้นเคย สำคัญมาก ! อย่าลืมดูว่าแถวนั้นมีร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารเอเชียในรูปแบบร้านที่เราจะเปิดแล้วหรือยัง เพราะมันคงไม่ดีแน่ถ้าเราจะมีคู่แข่งทันทีที่เริ่มเปิดร้าน นอกจากเรื่องคู่แข่งแล้ว เราควรคำนึงถึงฐานลูกค้า มีคนเดินผ่านไปมาเยอะหรือไม่ ในช่วงเวลาไหน การเข้าถึงร้านง่ายไหม ที่จอดรถมีหรือเปล่า หรืออยู่ใกล้รถไฟใต้ดิน สถานนีรถบัสไหม รวมไปถึงการมองเห็นว่ามีอะไรบดบังหน้าร้านหรือเปล่า

Asie Pro ขอสรุปการเลือกทำเลทอง ขายดี ลูกค้าเพียบสำหรับร้านอาหารไทยในฝรั่งเศสให้คราวๆดังนี้

  1. นึกหน้าลูกค้าว่าลูกค้าที่เหมาะสมกับเมนูเราเป็นใคร เช่นอาหารทอด ทานเร็วๆ ก็อาจจะเหมาะกับนักเรียน หรือวัยรุ่น ทำเลที่เหมาะสมก็อาจจะหน้าโรงเรียนหรือไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก
  2. ยิ่งตั้งราคาสูงยิ่งต้องมีที่จอดรถให้เพียงพอ มีเจ้าของกิจการหลายท่านที่มาปรึกษาเราด้วยปัญหาที่ว่า ขายของดี คุณภาพสูงเสียเงินค่าตกแต่งร้านไปก็มาก ทำให้ต้องตั้งราคาสูง แต่ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลย ปัญหานี้แก้ไขได้จะว่าง่ายก็ง่าย ยากก็ยาก เพราะหากเราคิดก่อนจะหาทำเลตั้งร้าน เราก็แค่หาทำเลที่มีที่จอดรถที่เพียงพอก็จบ แต่หากตั้งร้านไปแล้วปัญหานี้ก็จะแก้ยากขึ้น
  3. ต้องเห็นหน้าร้านชัดเจน ตึกที่ฝรั่งเศสนั้นไม่เหมือนตึกที่เมืองไทย ที่จะดัดแปรแบบไหนก็ได้ ดังนั้นตอนเราเลือกทำเล เราต้องเลือกร้านที่เห็นหน้าร้านชัดเจน ไม่มีอะไรมาบดบัง หรือมีจุดสังเกตให้ลูกค้าจดจำได้ง่าย บอกต่อปากต่อปากได้ง่าย
  4. ขนาดของร้านก็สำคัญนะ บางครั้งเราคิดว่าร้านเล็กๆก็น่าจะพอแล้ว แต่อย่าลืมว่ากฏหมายฝรั่งเศส ส่วนครัว ส่วนเตรียมอาหารต้องแยกเป็นสัดส่วน ดังนั้นร้านเล็กไปอาจจะไม่เพียงพอ
  5. สังเกตร้านข้างๆ ส่วนใหญ่ร้านระแวกเดียวกัน กลุ่มลูกค้าก็จะกลุ่มประมาณเดียวกัน ดังนั้นก็นำมาคิดว่ามันตรวงกับกลุ่มลูกค้าที่เราคิดไว้ในใจไหมนะ
  6. ร้านใหญ่ๆเหมาะสำหรับคนทุนหนาๆเท่านั้น บางคนคิดว่าร้านใหญ่ หรูๆ ทุ่มทุนตกแต่งร้านแล้วมันจะดี แต่อย่างลืมว่า สำหรับที่ฝรั่งเศสนั้น ยิ่งร้านใหญ่ นั้นหมายความว่าค่าเช่ายิ่งแพง หรือไม่ก็ต้องอยู่ไกลจากตัวเมือง ซึ่งร้านประเภทนี้ลูกค้าจะมาทานเฉพาะโอกาสที่สำคัญๆเท่านั้น และยังต้องใช้ระยะเวลาในการประชาสัมพันธ์นานมากด้วย ถ้าทุ่นหนา สายป่านยาว ก็เอาเลย

ขั้นตอนที่ 5 : ทำแผนธุรกิจให้ครอบคลุม

ทำแผนธุรกิจเป็นภาษาฝรั่งเศสจะไม่ยากอีกต่อไป

หลายคนอาจจะคิดว่า ทำเล ที่ตั้ง เมนูอาหาร คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจร้านอาหาร แต่จริงๆแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำร้านอาหารคือ “กำไร” เท่านั้นที่จะทำให้ร้านอยู่รอด

การแข่งขันด้านร้านอาหารนั้นสูงมากที่ประเทศฝรั่งเศส จะเห็นได้จากใครก็ตามที่เคยไปขอธนาคารกู้เงินเพื่อเปิดร้านอาหาร ธนาคารจะปล่อยกู้ยากมาก เพราะร้านอาหารถือเป็นกิจการที่มีคนคิดจะทำเยอะ ยื่นกู้กันเยอะ และมีอัตราการไปไม่รอดสูง เพราะอะไร?

สาเหตุหลักของการไปไม่รอดด้านธุรกิจร้านอาหารคือ การไม่ได้วางแผนการเงินที่ดี ทำให้ขาดกระแสเงินสด เพราะร้านอาหารนั้นมีต้นทุนแฝงเยอะ ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าภาษีต่างๆ ค่าใบอนุญาต หรือแม้กระทั้งค่าจ้าง เพราะฝรั่งเศสไม่เหมือนเมืองไทยที่จะขายดิบขายดีได้ตลอดทั้งปี แถวแหล่งท่องเที่ยวอาจจะขายดีหน้าร้อน แต่บางทำเลหน้าร้อนโรงเรียนปิด คนทำงานลาพักร้อนเงียบเป็นป่าสาก แต่ถ้าเราต้องจ้างคนงานเท่าเดิม? เราจะไหวไหม?

เรื่องพวกนี้เราสามารถคำนวน ป้องกัน คิดกลยุทธ์ให้เหมาะสมได้ เพียงแค่เราทำแผนการเงินเท่านั้น

การเขียนรายละเอียดทุกอย่างลงในแผนการเงินและแบ่งแยกหมวดหมู่จะทำให้เราเห็นภาพรวมธุรกิจชัดมากยิ่งขึ้น ต้นทุนการดำเนินการและโครงสร้างรายได้พนักงานที่สูง (เพราะฐานภาษีของฝรั่งเศสไม่เหมือนของไทยนะ! ) การขอใบอนุญาตต่างๆ ทั้งหมดนี้เราสามารถเตรียมตัวก่อนได้ หากเรามีการทำแผนการเงินที่ดี

ขั้นตอนที่ 6 : หาเงินทุนที่เหมาะสมกับเรา

เลือกรูปแบบร้านให้เหมาะกับทุนที่มี

ไม่ว่าเราจะเปิดร้านอาหารรูปแบบใดก็ตามหรือแม้กระทั้งขายออนไลน์ ผ่านเฟส ผ่านไลน์ เงินทุนคือสิ่งจำเป็นเสมอ สำหรับที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น นอกจากแหล่งเงินทุนอาจจะมาจากเงินของเราเอง เงินของสามี หรือครอบครัว การหาหุ้นส่วน แล้ว เรายังสามารถทำแผนการเงินแล้วขอยื่นกู้กับทางธนาคารได้ด้วย แต่อาจจะต้องมีคนค้ำประกัน หรือหลักค้ำประกันอื่นๆ

ซึ่งหลายคนคิดว่าเราต้องมีทุนเยอะๆเท่านั้นถึงจะสามารถเปิดร้านอาหารได้ แต่จริงๆแล้วร้านอาหารนั้นมีหลายรูปแบบมาก ซึ่งแต่ละรูปแบบใช้เงินทุนไม่เหมือนกัน หากเรามีทุนน้อย เราก็เลือกรูปแบบร้านที่ใช้เงินทุนน้อยๆ แล้วค่อยขยับขยายที่หลัง

ตามปกติแล้วเงินลงทุนนั้นเราควรแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้

  1. เงินช่วงก่อนเปิดร้าน ไม่ว่าจะเป็น ค่า Bail de commerce ค่า Fond de commerce  ค่าอบรมใบอนุญาตต่างๆ ค่าตกแต่งร้าน ค่าทำความสะอาดร้าน (ให้ตรงตามมาตราฐานก่อนเปิดขาย) ค่าเครื่องครัว (เกรด Pro) ค่าวัตถุดิบในตอนต้น ค่าโฆษณาตามช่องทางต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เราต้องสำรองจ่ายไปก่อนที่จะเปิดร้าน ซึ่งเงินจำนวนนี้ประมาณการออกมาแล้วยังควรบอกเพิ่มไปอีก 10% เพราะงบมักบานปลายเสมอ
  2. เงินค่าวัตถุดิบ ค่าเช่า และค่าลูกจ้าง (ถ้ามี) ในช่วง 3 เดือนแรก เพราะช่วง 3 เดือนแรกนั้นคือช่วงแห่งการตั้งตัว เป็นช่วงที่ให้ลูกค้ารู้จักเรา ดังนั้นรายได้จะไม่แน่นอน จะขึ้นๆลงๆ บางทีของที่สต๊อกไว้อาจจะเกินความจำเป็น หรือไม่เพียงพอ พอผ่านช่วง 3 เดือนนนี้ไปได้แล้วร้านมักจะเริ่มอยู่ตัวมากขึ้น ทำให้สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายได้นิ่งขึ้น เริ่มมองเห็นภาพรวมว่ารายได้จริงๆของร้านจะประมาณเท่าไรกันแน่
  3. เงินสำรอง 3 เดือนเป็นอย่างน้อย หรือก็คือเงินเย็น คือเงินที่เราเก็บเอาไว้นิ่งๆ ไว้เผื่อฉุกเฉิน เช่นมีประท้วงปิดถนน ลูกค้าเดินเข้าร้านไม่ได้ รายได้ไม่เข้าร้าน ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าเหตุการณ์แบบนี้มันจะเกิดขึ้นตอนไหนและกินระยะเวลานานเท่าไร แต่รายจ่ายของร้านก็ยังต้องเดินต่อไป ดังนั้นควรมีเงินสำรองไว้สักนิดจะดีที่สุด

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การมีทุนเยอะ แต่เป็นการมีทุนที่เหมาะสมและครอบคลุมกับรูปแบบร้านอาหารที่เราเลือก จงเลือกรูปแบบร้านอาหารที่เหมาะกับตัวคุณและเงินทุนของคุณ

ขั้นตอนที่ 7 : หาผู้ช่วยที่ช่วยเราได้จริงๆ

จริงๆข้อนี้ขึ้นอยู่กับขนาดร้านด้วย เพราะบางร้านได้ออกแบบระบบมาให้สามารถทำงานคนเดียวได้ ก็สามารถข้ามข้อนี้ไปได้เลย แต่ถ้าหาร้านของคุณได้ออกแบบระบบมาแล้วว่าต้องจ้าง แม่ครัว เด็กเสริฟ์ ฯลฯ ก็ควรจ้างคนที่สามารถช่วยงานคุณได้จริงๆ แล้วใครล่ะที่เราถือว่าเขาสามารถช่วยเราได้จริงๆ

คุณสมบัติของพนักงานที่จำเป็นที่สุด ไม่ใช่คนที่มีประสบการณ์สูง หรือมีการศึกษาดี เพราะสิ่งเหล่านี้เราสามารถสอนกันได้ แต่ทัศนคติและระบบความคิดเป็นสิ่งที่สอนกันไม่ได้ แถมยังเปลี่ยนได้ยาก ร้านอาหารเป็นงานที่ต้องเจอปัญหาเฉพาะหน้าให้แก้ตลอด เพราะต้องเจอคนที่หลากหลาย คนที่มีทัศนคติที่ดีจะไม่คิดว่ามันคือปัญหา แต่จะคิดว่ามันคือสิ่งที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้

ขั้นตอนที่ 8 : การตลาดพูดง่าย แต่ทำยาก

ให้เราช่วยคุณทำการตลาด

ทุกวันนี้ใครก็พูดง่ายๆว่า จะเปิดร้านอะไรก็ทำการตลาดเอาสิ ทำการตลาดดีๆ ก็ขายได้แล้ว หรือบางคนบอกว่า แค่เราเปิดร้านอาหารเอเชียในยุโรปแค่นั้นลูกค้าก็เดินมาหาแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำการตลาดหรอก แต่ลองมองไปรอบๆตัวเราสิ มีหลายๆร้านที่ทั้งทำเลดี อร่อย ตกแต่งสวยงาม แต่เปิดได้ไม่นานก็ปิดไป ไม่เพียงแต่ร้านอาหารฝรั่ง แต่รวมถึงร้านอาหารเอเชีย ร้านซูชิ ฯลฯ นั้นเป็นเพราะอะไร

เพราะว่าทุกวันนี้ใครคิดอะไรไม่ออกก็หันมาเปิดร้านอาหาร โดยเฉพาะคนเอเชียอย่างเราๆ คู่แข่งในตลาดเยอะมาก ดังนั้นหากเราไม่ทำการตลาด สุดท้ายลูกค้าก็จะลืมเราไป การทำการตลาดในที่นี่ไม่ใช่ว่าเราจะไปเสียเงินให้เฟสบุ๊คลงโฆษณาแล้วจะจบ การตลาดที่ดีนั้นเกิดมาจากการวางแผนอันแยบยน พร้อมกับความคิดเป็นระบบ การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายว่าลูกค้าเราเป็นใคร และทำอย่างไรเราถึงจะสื่อสิ่งที่เราต้องการไปถึงลูกค้ากลุ่มนั้นผ่านทางเครื่องมือการตลาดในมือของเรา

มานั่งคิดกันดูสิว่าร้านของเรามีเครื่องมือพวกนี้แล้วหรือยัง?

  1. มีเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ ทุกวันนี้หากเราต้องการหาข้อมูลอะไรสักอย่างเราคงไม่พ้นเข้ามาหาใน Google และถ้าหากลูกค้าค้นเจอร้านเรา ร้านของเราก็จะเพิ่มความหน้าเชื่อถือมากขึ้น
  2. Facebook เพจของร้านมีหรือยัง? การลิงค์เพจเฟสบุ๊คเข้าไปกับเว็บของเราเป็นการเพิ่มกิจกรรมของเราบน Google ทำให้ Google ค้นเจอเราได้ง่ายขึ้น หมั่นโพสเฟสทุกวันจะทำให้ลูกค้ามีโอกาสหาเราเจอได้ง่ายขึ้น แต่ต้องระวังไม่ใช่ว่าเราจะโพสอะไรได้มั่วๆนะ เราต้องเลือกโพสสิ่งที่อยู่ในความสนใจของกลุ่มลูกค้าของเราเท่านั้น
  3. IG ล่ะไม่ได้มีไว้แค่โพสรูปนะ คนฝรั่งเศสนิยมเล่น IG แถมยอดไลท์ขึ้นง่ายกว่าใน Fancebook เสียอีก แค่หมั่นโพส ลูกค้าจะรู้จักเราเพิ่มมาขึ้นแน่นอน
  4. ปักหมุดใน Google Map หรือยัง? เวลาลูกค้าแนะนำกันปากต่อปาก ส่วนใหญ่แล้วลูกค้าใหม่ๆจะเริ่มหาร้านเราจาก Google map ดังนั้นการปักหมุดถือเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ อย่าปักมั่วๆ ใส่ข้อมูลให้ครบ เพิ่มรูปเพิ่มเมนูเข้าไปด้วยก็ได้
  5. มีใบปลิวเมนูให้ลูกค้านำกลับบ้าน เป็นเรื่องง่ายๆต้นทุนถูกๆ (1000 ใบ ราคาแค่ 25€) ที่จะทำให้ลูกค้าคิดถึงร้านเรา เพียงแค่วางใบปลิวที่มีเมนูพร้อมเบอร์โทรไปตรงเคาท์เตอร์จ่ายเงิน ให้ลูกค้าสามารถหยิบได้ง่ายๆ เผื่อบางวันลูกค้าไม่รู้ว่าจะทานอะไร อาจจะมองเห็นใบปลิวร้านเราที่บ้านเขาก็ได้นะ
  6. บัตรสมาชิกก็เป็นทางเลือกที่ดีโดยเฉพาะร้านที่เน้นขายพนักงานตอนกลางวัน การมีบัตรสมาชิกเป็นการกระตุ้นที่ดีให้ลูกค้ากลับมาทานร้านเราบ่อยๆ โดยเฉพาะร้านที่เน้นขายพนักงานออฟฟิตตอนกลางวัน
  7. สำหรับร้านที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทยหรือคนเอเชีย อาจจะเพิ่มการติดต่อผ่าน Group Line ก็ได้นะ เป็นการติดต่อโดยตรงและรวดเร็วที่สุดสำหรับพวกเราแล้ว

ขั้นตอนที่กล่าวมาอาจจะทำให้รู้สึกว่าการเปิดร้านอาหารนั้นทำไมยุ่งยากจัง อาจจะทำให้เกิดความกลัวขึ้นมา แต่ขอบอกไว้เลยว่าทุกวันนี้เรามีเครื่องมือมากมายค่อยช่วยป้องกันความเสี่ยงต่างๆ เพียงแค่เราวางแผนดี รัดกุม ปรึกษามืออาชีพ เท่านั้นการเปิดร้านอาหารก็จะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเราอีกต่อไป จำไว้ว่าจงเลือกรูปแบบร้านอาหารที่เหมาะสมกับตัวเอง แล้วคุณจะเปิดร้านอาหารอย่างมีความสุข อ้าว? รออะไรกันล่ะ เริ่มเปิดร้านอาหารกันเถอะ